237  ที่มาของการที่มนุษย์ต่อต้านพระเจ้า

I

มูลเหตุที่มนุษย์ต่อต้านและเป็นกบฏต่อพระเจ้าก็เพราะถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม เป็นเพราะถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม มโนธรรมของมนุษย์จึงด้านชา ตัวเขาเองก็เสื่อมทรามทางศีลธรรม ความคิดอ่านเสื่อมทรุด และทัศนคติในจิตใจก็ล้าหลัง ก่อนที่เขาจะถูกซาตานทำให้เสื่อมทรามนั้น เดิมทีมนุษย์นบนอบพระเจ้า และเมื่อได้ฟังพระวจนะของพระองค์ก็นบนอบพระวจนะ แต่เดิมนั้นเขามีสำนึกและมโนธรรมที่ดี และมีความเป็นมนุษย์ที่ปกติ หลังจากที่มนุษย์ถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม สำนึก มโนธรรม และความเป็นมนุษย์ที่มนุษย์มีอยู่แต่เดิมก็ด้านชาไปหมดและถูกซาตานทำลายเสียหาย ด้วยเหตุนี้ เขาจึงสูญสิ้นความนบนอบและความรักที่มีต่อพระเจ้า

II

สำนึกของมนุษย์ผิดปกติไปแล้ว อุปนิสัยก็เป็นเหมือนอุปนิสัยของสัตว์ร้าย และมีความเป็นกบฏต่อพระเจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ และร้ายแรงขึ้นทุกที กระนั้น มนุษย์ก็ไม่รู้และไม่เข้าใจเรื่องนี้อยู่ดี เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาต่อต้านและกบฏ การที่มนุษย์เผยอุปนิสัยออกมาก็คือการแสดงออกซึ่งสำนึก ความเข้าใจเชิงลึก และมโนธรรมของเขาเอง เป็นเพราะสำนึกและความเข้าใจเชิงลึกของเขาไม่ดีพอ และมโนธรรมของเขาก็ด้านชาอย่างยิ่งยวด อุปนิสัยของเขาจึงเป็นกบฏต่อพระเจ้า ถ้าสำนึกและความเข้าใจเชิงลึกของมนุษย์ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เช่นนั้นก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัย รวมทั้งการทำตามเจตนารมณ์ของพระเจ้า ถ้าสำนึกของมนุษย์ไม่ดีพอ เขาย่อมไม่สามารถรับใช้พระเจ้าและไม่เหมาะที่พระเจ้าจะทรงใช้

III

“สำนึกที่ปกติ” หมายถึงการนบนอบและจงรักภักดีต่อพระเจ้า โหยหาพระเจ้า แน่วแน่ในพระเจ้าเท่านั้น และมีมโนธรรมต่อพระเจ้า นี่หมายถึงการมีหัวใจและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกันในเรื่องของพระเจ้า และไม่จงใจต่อต้านพระเจ้า หลังถูกซาตานทำให้เสื่อมทราม มนุษย์ก็เกิดมโนคติอันหลงผิดเกี่ยวกับพระเจ้า ไม่มีความจงรักภักดีต่อพระเจ้าหรือการโหยหาพระองค์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมีมโนธรรมต่อพระเจ้า มนุษย์จงใจต่อต้านพระเจ้าและตัดสินพระองค์ ยิ่งไปกว่านั้นยังกล่าวคำผรุสวาทใส่พระองค์ลับหลัง มนุษย์ตัดสินพระเจ้าลับหลัง ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าพระองค์คือพระเจ้า มนุษย์ไม่มีเจตนาที่จะนบนอบพระเจ้าโดยสิ้นเชิง กลับเอาแต่เรียกร้องและร้องขอจากพระองค์อยู่ร่ำไป ผู้คนดังกล่าว—คนที่มีสำนึกที่ผิดปกติ—ไม่สามารถรู้ได้ว่าตนนั้นมีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจหรือสำนึกเสียใจที่ตนกระทำการกบฏ ถ้าผู้คนสามารถรู้จักตนเองได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ได้สำนึกของตนคืนมาบ้างแล้ว ยิ่งผู้คนเป็นกบฏต่อพระเจ้าและไม่รู้จักตนเอง พวกเขาก็ยิ่งมีสำนึกที่ไม่ดี


จาก พระวจนะฯ เล่ม 1 การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า, การไม่เปลี่ยนแปลงในอุปนิสัยคือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า

ก่อนหน้า:  236  ผู้คนซึ่งใช้ชีวิตในดินแดนโสมมเช่นนั้น

ถัดไป:  238  พระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งบรรดาผู้ที่โหยหาในพระองค์อย่างแท้จริง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

การทรงปรากฏและพระราชกิจของพระเจ้า ว่าด้วยการรู้จักพระเจ้า บทเสวนาโดยพระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย การเปิดโปงพวกศัตรูของพระคริสต์ หน้าที่รับผิดชอบของผู้นำและคนทำงาน ว่าด้วยการไล่ตามเสาะหาความจริง ว่าด้วยการไล่ตามเสาะหาความจริง การพิพากษาเริ่มต้นที่พระนิเวศของพระเจ้า แก่นพระวจนะจากพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระคริสต์แห่งยุคสุดท้าย พระวจนะของพระเจ้าประจำวัน ความเป็นจริงความจริงที่ผู้เชื่อในพระเจ้าต้องเข้าสู่ ติดตามพระเมษโปดกและขับร้องบทเพลงใหม่ๆ แกะของพระเจ้าได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า แนวทางสำหรับการเผยแผ่ข่าวประเสริฐแห่งราชอาณาจักร คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 1) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 2) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 3) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 4) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 5) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 6) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 7) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 8) คำพยานจากประสบการณ์หน้าบัลลังก์พิพากษาของพระคริสต์ (เล่มที่ 9) วิธีที่ข้าพเจ้าได้หันกลับไปสู่พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

การตั้งค่า

  • ข้อความ
  • ธีม

สีเข้ม

ธีม

แบบอักษร

ขนาดตัวอักษร

ระยะห่างบรรทัด

ระยะห่างบรรทัด

ความกว้างของหน้า

เนื้อหา

ค้นหา

  • ค้นหาข้อความนี้
  • ค้นหาในหนังสือนี้

Connect with us on Messenger